สร้างร้านให้เป็น “ที่รู้จัก” ด้วย “คนที่ไม่รู้จัก”

กลยุทธ์ปั้นร้านให้เป็น “ที่รู้จัก” ด้วย “คนที่ไม่รู้จัก”

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

สำหรับร้านอาหารเปิดใหม่แล้ว สิ่งที่ทุกร้านต่างหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องทำให้ได้แน่นอนก็คือ “หาคนเข้าร้าน” และทำยังไงก็ได้ให้ผู้คนหลั่งไหลมาที่ร้านอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ “Influencer Marketing” หรือการให้ “คนดัง” คนที่เป็นที่รู้จักมารีวิว เพื่อหวังให้พวกเขาเหล่านั้นเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดผู้คนให้ตามมาชิมตามมาพิสูจน์ความอร่อย และแน่นอนว่าวิธีนี้นั้นได้รับการยอมรับว่าได้ผล แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่ยอมรับกันดีด้วยเช่นกันว่าเป็นวิธีที่ “ใช้ทุนมาก” และในหลายๆ สถานการณ์นั้นก็มากจนทำให้ “ร้านเล็กๆ” ไม่สามารถรับภาระได้ไหว นั่นเองที่ทำให้วันนี้เพื่อนแท้ร้านอาหาร จึงมีวิธีการ “หาคนเข้าร้าน” ในสไตล์ประหยัด ที่ใช้หลักการเดียวกับ Influencer Marketing มาฝากกัน แต่ต่างกันตรงที่ เราไม่จำเป็นต้องใช้คนดังและไม่ต้องใช้ตังเยอะ แต่ก็สามารถสร้างแรงดึงดูดให้ผู้คนอยากรู้จักร้านเราได้เช่นกัน

แท้จริงแล้วผู้คนไม่ได้ตาม “คนดัง” แต่เขาตามหา “ของอร่อย”

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าคนดังมีอิทธิพลต่อการชี้นำว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แต่ถ้าเรามองให้ลึกลงไปใน “ความจริงแท้ๆ” แล้ว สิ่งที่ผู้คนตามหาจริงๆ นั้นคือ “ของดี” ที่มีคนมาการันตีว่ามันดีต่างหาก ซึ่งพอเป็นคนดังมาบอกต่อ ก็เลยทำให้มั่นใจได้ว่าสิ่งนั้นต้องดีจริง แต่ถ้าเราลองนึกถึงกระทู้รีวิวในพันทิป นึกถึง Comment รีวิวใต้โพสต์สินค้าที่เต็มไปด้วย No Name Influencer ดูเราจะพบว่า แท้จริงแล้วแม้ไม่มี “คนดัง” ไม่มีคนที่เป็นที่รู้จักเลยมารีวิวเลย แต่มี “คนที่ใช้จริง” มาบอกต่อเป็นจำนวนมากพอและต่อเนื่อง นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะกระตุ้นความอยากของผู้คนให้ตามไปพิสูจน์ว่าเมนูนั้น ร้านอาหารร้านนั้นๆ ดีจริงอย่างที่คนเขาว่ากันหรือเปล่า ซึ่งถ้าเราเข้าใจหลักการนี้แล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่ง “คนดัง” เสมอไปครับ ขอเพียงแค่ทำให้ผู้คนเห็นได้อย่างชัดเจนว่า “ร้านเรามีคนมาพิสูจน์แล้วว่าดีจริง” จำนวนมากพอและต่อเนื่องก็พอ

ใช้ภาพบอกเล่า ว่าร้านเรามีคนเข้าเยอะ

ถ้าเราไม่มีคนดังมาดึงดูดร้าน สิ่งที่เราจะทำได้อย่างแรกสุดก็คือ ทำให้ผู้คนเห็นว่า “ร้านเรามีคนเข้า” อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ด้วยการเก็บภาพบรรยากาศในร้านที่มีคนเยอะๆ หรือเก็บภาพรอยยิ้ม เก็บภาพการทานอาหารของลูกค้าที่มาใช้บริการอย่างมีความสุขเอาไว้ แล้วลงสื่อประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง วิธีนี้ดูเหมือนเป็นพื้นฐานที่ใครๆ ก็ทำกัน แต่สิ่งสำคัญที่หลายๆ ร้านพลาดไปก็คือ เราไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง และเราไม่ได้โฟกัสที่ “ภาพผู้คน” มากพอ ลองคิดดูนะครับอารมณ์เหมือนเวลามีเกิดเหตุไทยมุง มีคนต่อแถวเยอะๆ มีคนมุงกันเยอะๆ คนที่ไม่รู้ก็จะอยากรู้ว่าคืออะไร ดังนั้น หลักการนี้จึงทำคล้ายกัน ด้วยการลงภาพบรรยากาศผู้คนในร้านเราทุกวัน เพื่อดึงดูดให้คนที่เห็นภาพนั้นเกิดความสนใจนั่นเอง

กระตุ้นให้เกิดการบอกต่อ จากลูกค้าสู่ว่าที่ลูกค้า

ถ้าเราอยากให้คนมาที่ร้านของเรา นอกจากเราจะเป็นคนชวนเองแล้ว การให้ “ลูกค้าที่มาใช้บริการ” เป็นคนชวนก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอย่างที่บอกว่า “การรีวิว” จากลูกค้าจริงๆ นั้น มีอิทธิพลต่อการอยากรู้อยากลองของผู้คนอย่างมาก จุดนี้เราจึงสามารถทำได้โดยการให้ลูกค้าที่มาใช้บริการทำกิจกรรมง่ายๆ อย่างเช่นการแชร์ภาพอาหารของตัวเองที่มาทานที่ร้านวันนี้ ถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ที่มาทานกัน และบอกความรู้สึก อะไรก็ได้ สั้นๆ ง่ายๆ จากนั้นก็กดแชร์ไปที่เฟสบุ๊ค หรือช่องทางออนไลน์ของลูกค้า เพื่อแลกรับส่วนลดเล็กๆ น้อยๆ เพียงเท่านี้ เราก็สามารถสร้างการรับรู้ให้กับผู้คนที่ไม่เคยมาที่ร้านเราได้แล้ว

ซึ่งวิธีการนี้จริงๆ แล้วอาจไม่ต่างจากการใช้ “คนดัง” มาทำการรีวิวเท่าไร และแน่นอนว่าอาจไม่ได้ผลเท่า แต่เมื่อเทียบกับ “ต้นทุน” ที่เราต้องเสียไปแล้ว ถือเป็นน้ำซึมบ่อทรายที่ได้ผลที่ดีไม่แพ้กัน ที่สำคัญ ข้อดีของ “No Name Influencer” คือ “ความ Real” ที่น่าเชื่อถือมากกว่า มีกำแพงกั้นน้อยกว่า เพราะบ่อยครั้งการใช้คนดัง ก็ทำให้มีกำแพงใจเกิดขึ้นกับลูกค้าว่า “จริงหรือเปล่า” หรือแค่โปรโมทให้เราเป็นเหยื่อการตลาดเฉยๆ

ต่อเนื่องในทุกช่องทาง ถ้าต้องการสร้างความเชื่อมั่น

โปรโมชั่นสำหรับการทำให้คนเข้าร้านนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อยู่แล้ว และก็มีวิธีที่ได้ผลที่เราก็ใช้กันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นลด แลก แจก แถม ฯลฯ แต่สิ่งที่หลายๆ ร้านอาจพลาดไปหรือยังทำได้ไม่ดีพอก็คือ การต่อยอดจากการดึงคนมาร้านได้แล้วต่างหาก ซึ่งการเก็บภาพ และการทำกิจกรรมบอกต่อ หลังจากดึงคนเข้าร้านกลุ่มแรกมาได้แล้วนั้น คือสิ่งสำคัญที่เราต้องทำให้มีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ “คนที่ยังไม่เคยมาใช้บริการ” มีแรงจูงใจมากพอที่จะมาลองพิสูจน์ความอร่อยของร้านเราด้วยตัวเอง ลองคิดดูครับว่า ถ้าเราเห็นร้านอาหารร้านหนึ่งมีคนมากินแน่นร้านเดือนหนึ่งติดต่อกัน เราเห็นร้านอาหารร้านหนึ่งที่ไม่ว่ามองไปโต๊ะไหนก็มีแต่รอยยิ้มของลูกค้าบนโต๊ะอาหารทุกวันต่อเนื่อง เราจะไม่เกิดความรู้สึก “อยากลองมาชิมดูบ้างเลยหรือ?” จริงๆ แล้วการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นเรื่องของระยะเวลาครับ เราแค่ต้องทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่า “เราดีพอ และน่าเชื่อถือพอ” เท่านั้น แล้วหลังจากนั้นเขาก็จะมาเป็นคนพิสูจน์เอง ซึ่งถ้าอาหารเราคุณภาพจริง ทุกอย่างก็จะราบรื่นมากขึ้น

หลายคนอาจมองว่าวิธีการที่แนะนำไปนั้นอาจเป็นวิธีธรรมดาๆ ที่ใครๆ ก็ทำกัน หรือร้านเราก็กำลังทำอยู่ แต่เชื่อเถอะครับว่า บางทีที่ยังไม่ได้ผลนั้น ก็อาจเป็นเพราะเรายังทำไม่ต่อเนื่องมากพอ และยังไม่ได้ทำให้ “ภาพ” ร้านของเรานั้นชัดเจนมากพอในใจลูกค้า ลองค่อยๆ เก็บภาพ บรรยากาศ ทำกิจกรรมแชร์บอกต่อ และสร้างภาพในร้านของเราให้ชัดเจนมากขึ้นอีกนิด แล้วส่งต่อออกไปยังกลุ่มคนไม่รู้จัก เชื่อเถอะครับว่าไม่นาน สิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานที่ทำให้ร้านเราเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะอย่าลืมว่า เกือบจะทุกครั้งของการตัดสินใจเลือกใช้สินค้าหรือไปร้านอาหารใดสักร้านหนึ่งของเรา แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็มาจากการอ่านรีวิว การเห็นภาพของ “คนที่เราไม่รู้จัก” ที่มาใช้บริการก่อนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งดาราคนดังนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ หรือบางทีก็ไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจอะไรเลยด้วยซ้ำ

 

 

READ  ยอดร้านอาหารโตไว แค่รู้จักใช้ App Food Delivery
บทความที่เกี่ยวข้อง

cooking.in.th ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)