ข้าวเหนียวช้างล้านนา

ข้าวเหนียวช้างล้านนา ตัวช่วยเพิ่มมูลค่าทำกำไรให้ร้านอาหาร

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

ข้าวเหนียว ถือเป็นหนึ่งในอาหารหลักของคนไทยที่ได้รับความนิยมรับประทานไม่แพ้ข้าวเจ้า ด้วยเพราะมีความอร่อยเฉพาะตัว ทานคู่กับเมนูยอดนิยมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำ ไก่ย่าง เนื้อย่าง ลาบ น้ำตก และน้ำพริกต่าง ๆ ฯลฯ นั่นเองจึงทำให้ การมีข้าวเหนียวติดเมนูไว้เป็นสิ่งที่ร้านอาหารไม่ควรมองข้าม หรือร้านอาหารสไตล์อีสานทั้งหลาย อาจต้องนับว่าข้าวเหนียวเป็นเมนูห้ามขาด

โดยหากเลือกใช้ที่มีคุณภาพดีแล้ว จะกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้าและทำกำไรให้ได้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งนี้ ข้าวเหนียวช้างล้านนา ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกข้าวเหนียวที่ตอบโจทย์สำหรับร้านอาหาร และทุกครัวเรือนที่หลงใหลในการทานข้าวเหนียว ด้วยเพราะมีคุณสมบัติโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ดังต่อไปนี้

1.ไม่แห้งแข็งแม้โดนลม ใครได้ลองก็ต้องชมว่าอร่อยแตกต่าง

ปัญหาสำคัญที่พบได้บ่อยในการทานข้าวเหนียวก็คือ “ความแข็ง” ที่เมื่อทิ้งไว้นาน ยิ่งโดนลม ก็จะยิ่งแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบ่อยครั้งในมื้ออาหาร เมื่อลูกค้าสั่งข้าวเหนียวทานเยอะ ๆ เป็นกลุ่มใหญ่ เมื่อข้าวเหนียวเสิร์ฟไปได้สักพัก ถูกลม ถูกแอร์ไปไม่นาน ก็จะเริ่มแข็งตัว ทำให้ความอร่อยลดน้อยลง

แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นกับข้าวเหนียวช้างล้านนาเลย เนื่องจากเป็นข้าวเหนียวคุณภาพที่ปลูกด้วยสูตรเฉพาะตัว ทำให้เมื่อหุงแล้ว ข้าวเหนียวจะนิ่ม นุ่ม ไม่แข็ง แม้จะโดนลม หรือวางทิ้งไว้ก็จะไม่แห้ง สามารถหุงข้ามวัน แล้วนำมาอุ่นก็ยังนิ่มทานได้อร่อย เหมือนเพิ่งหุงสุกใหม่ ๆ

ซึ่งข้อดีของความนุ่มแบบทนลมนี้เอง จึงทำให้ถูกปากลูกค้า มัดใจลูกค้าได้ง่าย รวมถึงในกรณีที่ข้าวเหนียวเหลือ ก็ยังสามารถอุ่นนุ่มใช้งานได้ ไม่เสียหาย ถือเป็นการช่วยบริหารจัดการข้าวเหนียวเหลือเสียทิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่แห้งแข็งแม้โดนลม ใครได้ลองก็ต้องชมว่าอร่อยแตกต่าง

2.หุงง่าย ใช้เวลาน้อย เหมือนหุงข้าวสวยปกติ

โดยปกติแล้วในการหุงข้าวเหนียวนั้นจะใช้ระยะเวลานานมาก เพราะต้องแช่ข้าวในน้ำหลายชั่วโมง ก่อนที่จะนำไปหุงได้ ซึ่งหากแช่น้ำไม่ถึงเกณฑ์ของคุณภาพข้าว ก็จะทำให้ข้าวเหนียวไม่นุ่ม แข็ง แห้ง และทานไม่อร่อย ปัญหานี้เป็นสิ่งที่ทำให้ร้านอาหารเสียเวลาในค่อนข้างมาก รวมถึงถ้าไม่ได้หุงด้วยความชำนาญ ก็อาจทำให้ข้าวเหนียวหม้อนั้นทั้งหมอเสียหาย ทานไม่ได้ กลายเป็น Waste ที่ถีบต้นทุนให้สูงขึ้น หั่นกำไรหดหายเหลือน้อยลง

ซึ่งสำหรับข้าวเหนียวช้างล้านนานั้น ถือเป็นข้าวเหนียวที่หุงง่ายที่สุด ตอบโจทย์ทั้งร้านอาหาร และการหุงทานในครัวเรือน เพราะหุงได้เหมือนข้าวสวยปกติ ไม่ต้องแช่น้ำนาน เพียงแค่ใส่น้ำน้อยกว่าเท่านั้น ยิ่งสำหรับการทำข้าวเหนียวมูนที่ซับซ้อนแล้ว สามารถใช้ข้าวเหนียวช้างล้านนาหุงได้ภายในครึ่งชั่วโมง โดยหุงกับหม้อหุงข้าวปกติที่ใช้ในบ้านได้เลย

ซึ่งข้าวเหนียวที่เหลือทานไม่หมด ก็สามารถแช่เย็นแล้วนำกลับมาอุ่นไมโครเวฟได้ ซึ่งจะนุ่ม เหนียวอร่อย ได้เหมือนหุงสุกใหม่ ๆ ซึ่งด้วยคุณสมบัติหุงง่าย ใช้เวลาน้อยนี้เอง จึงช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน ลดโอกาสหุงข้าวเหนียวเสียหายได้มากขึ้น ที่สำคัญคือใครหุงก็ได้ ไม่ต้องอาศัยความชำนาญ ทำให้การทำงานราบรื่นกว่าเดิมหลายเท่า

หุงง่าย ใช้เวลาน้อย เหมือนหุงข้าวสวยปกติ

READ  วิธีเลือกข้าวสารคุณภาพดี ต้องดู 5 สิ่งนี้ให้ถี่ถ้วน

3.ข้าวสารข้าวเหนียวเก็บได้ยาวนาน โดยที่คุณภาพไม่ตก

ข้าวเหนียวที่เก็บเกี่ยวแล้วโดยส่วนใหญ่ หากไม่ได้นำไปหุงใช้ เก็บเอาไว้นานวันไปคุณภาพก็จะค่อย ๆ ลดต่ำลงเรื่อย ๆ ซึ่งโดยปกติข้าวสารข้าวเหนียวที่ยังไม่ได้หุงทั่วไป จะมีอายุที่คงคุณภาพสมบูรณ์อยู่ได้ราว ๆ 2-3 เดือน หลังเก็บเกี่ยว แต่สำหรับข้าวสารข้าวเหนียวช้างล้านนานั้นแตกต่าง ด้วยเพราะปลูกในพื้นที่เฉพาะที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ มีสภาพภูมิอากาศที่ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกใดเหมือน จึงคงความสมบูรณ์ไว้ได้ยาวนานกว่า 5 เดือนหลังเก็บเกี่ยว

ดังนั้น ร้านอาหารที่ต้องใช้ข้าวเหนียวจำนวนมากเป็นประจำ จึงสามารถสต็อกข้าวเหนียวได้อย่างหมดกังวล ซึ่งจะทำให้ได้ราคาต้นทุนที่เหมาะสมได้มากพอ ที่จะทำกำไรได้อย่างเหมาะสม ไม่ต้องซื้อข้าวเหนียวบ่อย ๆ ในช่วงที่ราคาผันผวน บริหารจัดการข้าวเหนียวใช้ในธุรกิจได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง และที่สำคัญคือ มีข้าวเหนียวคุณภาพดีไว้ใช้ให้บริการลูกค้าได้ตลอด

ข้าวสารข้าวเหนียวเก็บได้ยาวนาน โดยที่คุณภาพไม่ตก

4.สะอาด ปลอดภัย เมล็ดสวยดึงดูดใจให้น่าทาน

นอกจากความนุ่มอร่อยแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้าวเหนียวมัดใจทุกคนได้ก็คือ ต้องเป็นข้าวเหนียวที่สะอาด และเมล็ดสวยน่ารับประทาน ด้วยเพราะข้าวเหนียวทั่วไปที่ไม่ค่อยถูกปากผู้บริโภค ก็คือ ทานไปแล้วพบว่ามีเศษหิน กรวด และสิ่งสกปรกปนอยู่ในข้าว รวมถึงเมล็ดข้าวแตกหัก หมองคล้ำ ซึ่งสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ข้าวเหนียวไม่สะอาด เคี้ยวแล้วรู้สึกระคายปาก มีสิ่งแปลกปลอม ก็เพราะกระบวนการขัดสีไม่ได้คุณภาพมากพอ

ซึ่งข้าวเหนียวช้างล้านนาจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ โดยข้าวเหนียวทุกถุงของข้าวช้างล้านนาจะผ่านกระบวนการผลิตในโรงสีคุณภาพ มีการตรวจสอบคุณภาพหลายขั้นตอน ก่อนจะส่งถึงมือลูกค้า ซึ่งเมื่อนำไปหุงใช้ไม่ว่าจะเป็นใช้ในร้านอาหารหรือทานเอง ก็มั่นใจได้ว่าจะสะอาด ปลอดภัย ไม่มีเศษหิน กรวดทราย สิ่งปรกเจือปน เมื่อหุงสุกแล้วผิวข้าวที่ได้จะเนียน สวย เมล็ดไม่แตกหัก ทานแล้วอร่อย นุ่ม นิ่ม หอม ให้สัมผัสในการเคี้ยวที่ละมุนนุ่มลิ้น แค่ได้เห็นก็รู้เลยว่า อร่อยแน่นอน

สะอาด ปลอดภัย เมล็ดสวยดึงดูดใจให้น่าทาน

ปัจจุบันข้าวเหนียวในท้องตลาดนั้นมีหลายแบรนด์ผู้จัดจำหน่าย หลายเกรดคุณภาพให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละเกรด แต่ละแบรนด์ก็จะมีคุณภาพ ข้อดีที่โดดเด่นแตกต่างกันไป โดยหากถามว่าในเมื่อก็ข้าวเหนียวเหมือนกัน จะแตกต่างกันได้ด้วยหรือ? จะแตกต่างกันได้อย่างไร? คำตอบก็คือได้ เพราะเมื่อพื้นที่ในการปลูกต่างกัน ดินอุดมสมบูรณ์ไม่เท่ากัน สภาพภูมิอากาศไม่เหมือนกัน วิธีการเก็บเกี่ยว ขั้นตอนการผลิต จัดเก็บรักษา กระบวนการตรวจสอบ จัดส่งถึงมือไม่เหมือนกัน ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพของข้าวเหนียวทั้งสิ้น ดังนั้น ในการเลือกซื้อข้าวสารข้าวเหนียว ไม่ว่าจะเป็นสำหรับหุงใช้ในธุรกิจร้านอาหาร หรือหุงรับประทานกันในครอบครัว ก็จำเป็นต้องใส่ใจพิถีพิถัน เลือกให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้ข้าวเหนียวคุณภาพดี อร่อย ตอบโจทย์ตรงใจมากที่สุด

ซึ่ง ข้าวเหนียวช้างล้านนา ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่รับรองเลยว่า จะไม่ทำให้คนรักข้าวเหนียวผิดหวังแน่นอน เพราะเป็นข้าวเหนียวที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือจังหวัดเชียงรายที่ดีที่สุด และปลูกด้วยความชำนาญเชี่ยวชาญที่สืบทอดการทำข้าวเหนียวมากว่า 3 ชั่วอายุ ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ จนกระทั่งรุ่นลูก ๆ ในทุกวันนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

cooking.in.th ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)